ปูนำ3รองนายกฯ คิวพบป๋า แมวตัดหางสุมธ ชงซ่อมเชียงใหม่ 2มิย. เหลิมมั่นใจไม่ซ้ำรอย ผลสอบทีวีสภาระบุชัด มือถือต้นตอสัญญาณโป๊
ปูพาแค่รองนายกฯ เข้าขอพรป๋า น้อมรับแพ้เลือกตั้งปทุมฯชี้คนเบื่อออกมาใช้สิทธิน้อย แม้วโทร.สั่งพท.ตัดหางใช้สิทธิน้อย แม้วโทร.เข้าที่ประชุมพรรคเพื่อไทย สั่งตัดหางสุเมธ ฉุนดื้อลาออกส.ส. ห่วงเชียงรายซ้ำรอยปทุมฯ ลั่นใครไม่ฟังพรรคอีกโดนเหมือนกัน วิปรัฐบาลเชื่อถกรธน.โดนฝ่ายค้านยื้อต่อไปอีก ขู่ระวังพ.ร.บ.ปรองดองเสร็จทันเข้าสภาสมัยนี้ สภาตรวจโป๊โผล่จอ พบมือถือส่งสัญญาณขึ้นจอสภาได้ เช็กช่วงเกิดเหตุมี 86 เครื่องใช้สัญญาณอยู่ มาร์คอุ้ม "ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน" ชี้ใช้ไอโฟนส่งสัญญาณโป๊ไม่ได้ กกต.ชงเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ 2 มิ.ย. ปูเผยมีแค่รองนายกฯร่วมขอพรป๋า เมื่อวันที่ 23 เม.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนำ ครม.เข้าขอพรพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธาน องคมนตรีและรัฐบุรุษเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ว่า จะพาไปเฉพาะรองนายกฯ เพราะหลังจากพล.อ.เปรมมาร่วมงาน "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ยังไม่มีโอกาสไปขอบคุณ จึงจะถือโอกาสนี้ซึ่งเป็นช่วงวันสงกรานต์ไปขอรับพรจากพล.อ.เปรมในฐานะผู้ใหญ่ของบ้านเมือง การเข้าพบครั้งนี้ จุดประสงค์เพื่อขอพรมากกว่า เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงบางส่วนมองว่าจุดยืนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนไปกับการพา ครม.เข้าพบพล.อ.เปรม นายกฯ กล่าวว่า "ตั้งแต่วันแรกที่ดิฉันหาเสียงไว้ อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าเพื่อความปรองดอง และเราพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน ซึ่งพล.อ. เปรมถือเป็นรัฐบุรุษ เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เรายินดีน้อมรับฟังคำแนะนำจากท่าน อยากเห็นสิ่งที่ทำให้บรรยากาศของบ้านเมืองก้าวไปสู่ข้างหน้าด้วยกัน วันนี้ต่างชาติเอง ก็ยอมรับว่าประ เทศไทยเริ่มเข้าไปสู่โหมดสามัคคีปรองดอง" เมื่อถามว่าถ้าไม่ไปพบแล้ว การปรองดองจะไม่เดินหน้าใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ความจริงพล.อ.เปรมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเรื่องการเมือง กระบวนการการเมืองต่างๆ เป็นหน้าที่ของรัฐ สภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองและแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะ เดินทางไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ พร้อมด้วยรองนายกฯ 3 คน ประกอบด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิ ประภา ในเวลา 15.30 น. วันที่ 26 เม.ย.นี้ บิ๊กอ๊อดชี้เข้าบ้านสี่เสาฯเป็นเรื่องดี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ กล่าวว่า เท่าที่ทราบคือพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตาม ประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี เผยว่าพล.อ.เปรมอนุญาตให้เข้าพบในช่วงบ่ายวันที่ 26 เม.ย.แล้ว ถือเป็นความกรุณาของพล.อ.เปรม ที่เข้าใจว่าเราต้องการความสบายใจทั้งสองฝ่าย การที่พล.อ.เปรมให้โอกาสเข้าขอพรก็เป็นเรื่องที่ดี มีโอกาสใกล้ชิดและเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะสร้างความปรองดองในประเทศชาติต่อไปในอนาคต เมื่อถามว่าครม.จะเข้าไปทุกคนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า แล้วแต่หากใครไม่ติดราชการไว้ก่อนล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม คิดว่าการประชุม ครม.ในวันที่ 24 เม.ย. นายกฯ หรือรองนายกฯ คงชี้แจงให้ครม.ได้รับทราบ เชื่อว่าหลังการเข้าพบครั้งนี้บรรยากาศการเมืองจะดีขึ้นกว่าเดิม เหมือนวันที่ครม.เชิญพล.อ.เปรมมาฟังเพลงที่ทำเนียบ ตนมองภาพว่าทุกอย่างเรียบร้อยขึ้น ดีขึ้น ความมีไมตรีจิตมีมากขึ้นมากกว่าเดิม และขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงก็มีความเข้าใจสถาน การณ์ของประเทศดีขึ้น เขาจะทำแต่สิ่งถูกต้อง อะไรที่จะเป็นความรุนแรงตนก็เห็นว่ามีความอดทน มีการระงับยับยั้ง งดเว้นในช่วงนี้ด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า การหารือถึงแนว ทางปรองดองคงต้องแล้วแต่โอกาสที่พล.อ.เปรม ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนหนึ่งจะให้เวลาเพื่อขอแนวทางหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่อง ของนายกฯ ที่จะกำหนดกรอบว่ามีอะไรจะไปหารือบ้าง เหลิมป้องป๋าไม่เกี่ยวการเมือง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่เราจะเข้าไปขอพรผู้ใหญ่ที่เราเคารพเพื่อเป็นสิริมงคล อย่ามองว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะพล.อ.เปรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่สื่อพยายามเอามายึดโยง ถ้านายกฯ ให้โอกาสจะร่วมเดินทางไปด้วย ส่วนจะขอคำแนะนำการทำงานและแนวทางปรองดองหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของนายกฯ สำหรับแนวทาง ปรองดองนั้น วันนี้ทุกคนตกผลึกตามที่เคยแสดง ความเห็นไว้ คือต้องออกเป็นพ.ร.บ.ปรองดองเท่านั้น อย่างอื่นไม่สำเร็จ เวลาเขียนกฎหมายอย่าลงรายละเอียด ซึ่งทุกภาคส่วนต้องได้รับประโยชน์ร่วมกัน ไม่มีเว้นคนหนึ่งคนใด และไม่เจาะจงให้คนหนึ่งคนใดได้รับประโยชน์ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ส่วนการอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยืดเยื้อมาถึงสัปดาห์นี้นั้น ถือเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน และผู้สงวนคำแปรญัตติ แต่มองว่าคงจบยาก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถนัดเรื่องนี้ เวลาอภิปรายไม่เห็นพูดเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่พูดวนไปวนมาแวะหาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ คงไม่มีการเคลื่อนไหว เพราะประชาชนไม่เอาด้วย ยืนยันว่าไม่ว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หรือพ.รบ.ปรองดอง รับรองว่าไม่มีม็อบ เว้นแต่รัฐบาลจะทุจริต ปึ้งชี้ได้เวลาปรองดองแล้ว นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี เพราะทุกฝ่ายควรอภัยให้กัน เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันจบสิ้นไป ตอนนี้ประเทศไทยต้องเดินหน้า เท่าที่เดินทางไปมาหลายประเทศพบผู้นำแต่ละประเทศและทุกฝ่ายแสดงความเสียดายที่ไทยเสียเวลาไปกับเรื่องดังกล่าว 5-6 ปี วันนี้ไทยมีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่าใครในอาเซียนที่จะนำความเจริญกลับ มาสู่ภูมิภาคนี้ นายสุรพงษ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการ พิจารณาพ.ร.บ.ปรองดอง ว่าจะหยิบยกขึ้นพูดคุยในที่ประชุมครม. เพื่อหาข้อสรุปว่าแนวทาง ปรองดองควรจะทำอย่างไร หากฟังจากกระแสสังคมแล้วจะพบว่าส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดความปรองดอง การใช้ชื่อพ.ร.บ.ปรองดองเหมาะ สมกว่าพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ส่วนหลายฝ่ายที่พยายามดึงมาเป็นประเด็นการเมืองมากเกินไปและกล่าวหาว่าเป็นการช่วยเหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งขอให้เลิกคิดแบบนี้ น่าจะคิดถึงภาพรวมของประเทศมากกว่า เพราะการทะเลาะเบาะแว้งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หลายๆประเทศแม้แต่พม่าและบาห์เรนเวลานี้ก็ยังต้องการความปรองดอง เพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุด นายสุรพงษ์กล่าวว่า ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน เพราะฝ่ายนิติบัญญัติเสนอเสร็จสิ้นแล้ว และคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือคอป. ซึ่งเป็นภาคประชาชนก็ได้เสนอเสร็จสิ้นแล้ว จึงคิดว่าควรได้เวลาแล้วสำหรับพ.ร.บ.ปรองดอง และหากพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านและได้รับการยอม รับ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาเมื่อไหร่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้ต้องทำพ.ร.บ.ปรองดองให้สำเร็จ ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อเข้าสู่รัฐสภาทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับผลที่ออกมาจากสภา การที่บางฝ่ายออกมาระบุว่าเป็นลักษณะเสียงข้างมากลากไปนั้นคงไม่ใช่ เพราะเมื่อช่วงที่ฝ่ายค้านเป็นรัฐบาลก็สามารถผ่านกฎหมายหลายฉบับ แม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกตนก็ไม่เคยกล่าวหาเช่นนั้น ดังนั้นฝ่ายใดยกมือชนะก็ต้องยอมรับเพราะคือกติกา ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม วิปรบ.เชื่อฝ่ายค้านยื้อถกรธน.อีก นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมวิปรัฐบาล ถึงการอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ที่ฝ่ายค้านกล่าวหารัฐบาลเร่งรัดให้จบภายในวันที่ 24-25 เม.ย.นี้ว่า การประชุมจะจบได้ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการทั้ง 4 ฝ่าย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เร่งรีบหรือรวบรัดจะให้จบ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกระบวนการของวิปในแต่ละฝ่าย ขึ้นอยู่กับรัฐสภา ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เพราะเป็นสิทธิของผู้สงวนคำแปรญัตติ ดังนั้นควรยอมรับในเหตุผล นายอุดมเดชกล่าวว่าส่วนการอภิปรายวันที่ 24 และ 25 เม.ย.นี้ คงปล่อยไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับผู้อภิปราย รวมทั้งการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม หากไม่เป็นไปตามที่กำหนด การลงมติวาระ 3 ก็ต้องเลื่อนออกไป จึงอยากให้ทุกฝ่ายฟังเสียงของประชาชนว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านมากไปหรือไม่ และการที่ฝ่ายรัฐบาลปล่อยให้อภิปรายยาวนานไม่เกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ.ปรองดอง เพราะถ้าปิดประชุมสมัยสามัญนี้ได้เร็ว พ.ร.บ.อื่นๆก็ไม่สามารถนำมาพิจารณาได้ แต่ถ้าฝ่ายค้านยังยื้อการพิจารณาออกไปก็เปิดช่องให้ทำพ.ร.บ.ปรองดองเสร็จเสนอเข้ามาพิจารณาได้เช่นกัน ปูน้อมรับผลเลือกตั้งไปปรับปรุง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าว ถึงผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 ปทุมธานี และนายกอบจ.ปทุมธานีที่พรรคเพื่อไทยแพ้ทั้งหมดว่า ถ้าดูจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ จะพบว่าการเลือกตั้งเดือนก.ค.54 มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 75 แต่ครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิเพียงร้อยละ 35 สาเหตุ ที่พรรคแพ้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะประชาชนเบื่อหน่ายกับการมาลงคะแนนเลือกตั้งอีกครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงปี น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้มาจากมุมมองของการเลือกตั้งซ่อมกับการเลือกตั้งใหญ่ ที่ประชาชนอาจมองต่างกัน การเลือกตั้งใหญ่มักมองภาพรวมของพรรคที่ต้องการให้มาเป็นรัฐ บาล แต่การเลือกตั้งซ่อมคงมีบ้างที่ดูรายละเอียดของพื้นที่ ซึ่งพรรคน้อมรับผลการเลือกตั้ง และจะนำข้อมูลต่างๆ ไปปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ที่สุด ยงยุทธขอถกพ่ายแพ้ภายในพรรค นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว. มหาดไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าต้องเคารพเสียงประชาชนและยอมรับผล จะต้องวิเคราะห์ในที่ประชุมพรรคถึงสาเหตุที่แท้จริง และพูดคุยกันเป็นเรื่องภายใน ไม่สามารถวิเคราะห์เปิดเผยผ่านสื่อได้ กรณีวิจารณ์ว่าสาเหตุเกิดจากพิษน้ำท่วมใหญ่ ส.ส.ทิ้งพื้นที่นั้น ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องนี้อยู่บ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์น้อยต่างจากการเลือกตั้ง 3 ก.ค.54 ที่พรรคได้ส.ส. ยกทั้งจังหวัด เพราะประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ทำให้พรรคชนะแบบถล่มทลาย เมื่อถามว่าความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นสะท้อนอะไรบ้าง นายยงยุทธกล่าวว่าแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่พอใจอะไรบ้าง ซึ่งน่าจะทราบดีว่าคืออะไร ส่วนที่ว่าเป็นเพราะคนไม่พอใจว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ที่ลาออกจากส.ส.มาลงสมัครนายกอบจ.ปทุมธานี นายยงยุทธกล่าวว่าเป็นการตัดสินใจของประชาชน "ไม่ต้องการตำหนิหรือซ้ำเติมใคร เมื่อเขาแพ้ เราก็ไม่ควรซ้ำเติม ก่อนเขาจะลาออกได้ห้าม แล้ว แต่เมื่อเขายืนยันก็ทัดทานเขาไม่ได้ ตอนนี้ต้องยอมรับผลที่ออกมา แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ใช้อำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง" นายยงยุทธกล่าว เหลิมฟุ้งซ่อมเชียงใหม่ไม่แพ้แน่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เมื่อผลออกมาอย่างนี้เราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน รวมทั้งยอมรับความพ่ายแพ้ จากนี้ต้องเอาข้อเท็จจริงและเหตุการณ์มาทบทวนปรับปรุงแก้ไข ที่ผ่านมาผู้สมัครตัดสินใจเองโดยไม่ได้หารือกับพรรค และเชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมของพรรค ถ้ารัฐบาลไม่ทุจริต อยู่ครบเทอมก็ได้ตีตั๋วต่อ ส่วน การเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมฯจะบอกว่าพรรคไม่สนใจคงไม่ได้ เพราะลงไปเต็มเหนี่ยว หาเสียงปราศรัยแต่ก็แพ้เขา เมื่อถามว่าคะแนนของคนเสื้อแดงมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่าไม่ทราบ แต่ก็รักและเคารพคนเสื้อแดง ส่วนที่มองว่าแพ้เพราะรัฐบาลช่วยเหลือน้ำท่วมไม่ทั่วถึง หรือแก้ปัญหาของแพงไม่ได้นั้น เรื่องน้ำท่วมจะห้ามกันได้อย่างไร เวลาเลือกตั้งแพ้อย่าไปกล่าวหาว่าอีกฝ่ายซื้อเสียง เราต้องเคารพการตัดสินใจ เมื่อแพ้ก็เสียไป 1 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ได้มา 1 ที่นั่ง รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่แทนน.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ยังไม่ทราบว่าจะส่งใครลงสมัครแทน แต่จ.เชียงใหม่ มันชนะอยู่แล้ว เพราะฐานที่มั่นแตกต่างกัน คนละรูปแบบกับปทุมธานี เลือกตั้งท้องถิ่นกับระดับชาติมันคนละแบบ บางครั้งประชาชนเลือกอบจ.กับส.ส.คนละคนกัน ไม่ใช่การเลือกรัฐบาล ถ้าเลือกรัฐบาลคือเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งตลาดของพรรคเพื่อไทยอยู่ที่ภาคเหนือและภาคอีสาน รอบนี้ภาคอีสานได้ส.ส. 104 คนไม่รวมส.ส. บัญชีรายชื่อ รอบหน้าชนะหมด เลือกเมื่อไรก็เป็นรัฐบาลเมื่อนั้น ถ้าเลือกตั้งใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ต้องรออีกนาน ไม่ใช่ดูถูกดูแคลนแต่มันพับสนามเล่น พรรคประชาธิปัตย์พับทางใต้ เราพับทางอีสานและเหนือ พท.แจงเหตุแพ้ที่ปทุมฯ ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการเลือกตั้งส.ส. และนายกอบจ.ปทุมธานีที่พรรคเพื่อไทยแพ้นั้น เป็นคนละเรื่องและไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะการเลือกตั้งซ่อมส.ส.มีหลายปัจจัย ประชาชนมาใช้สิทธิ์ไม่ถึงร้อยละ 30 โดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยไม่ได้มาเลือกตั้ง และยังมีเรื่องความไม่พอใจที่อดีตส.ส.ปทุมธานีของพรรคตัดสินใจลาออกไปลงสมัครนายกอบจ. ทำให้ประชาชนต้องไปเลือกตั้ง แต่สาเหตุสำคัญคือประชาชนยังมีอารมณ์จากกรณีน้ำท่วมใหญ่ จ.ปทุมธานี ซึ่งท่วมยาวนานที่สุดกว่า 2 เดือน ทำให้ประชาชนแสดงความคับข้องใจ ซึ่งพรรคต้องนำมาปรับการทำงานเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะพื้นที่น้ำท่วมมีหลายจังหวัดและประชาชนในหลายจังหวัดก็รู้สึกเช่นนี้ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้ง นายกอบจ.ปทุมธานี ซึ่งว่าที่ร.ต.สุเมธลาออกจากส.ส.ลงสมัครนายกอบจ. แต่พ่ายแพ้ให้อดีตนายกอบจ.ปทุมธานี เป็นคนละเหตุผลกับการเลือกตั้งส.ส. เพราะการเมืองระดับชาติกับ ท้องถิ่นนั้นเป็นคนละเรื่อง การเมืองท้องถิ่นประชาชนจะสนับสนุนคนที่ทำประโยชน์ให้กับพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ตัวบุคคล ความสัมพันธ์กับท้องถิ่น และเรื่องการคานอำนาจ ยัน"ตั้งซ่อม-ท้องถิ่น"ไม่เกี่ยวกัน "ว่าที่ร.ต.สุเมธแพ้เลือกตั้งนายกอบจ.นั้น ไม่เกี่ยวกับกระแสของพรรคเพื่อไทยเลย เพราะในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดผู้สมัครนายกอบจ.ที่ระบุว่าเป็นผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ก็แพ้เลือกตั้งเหมือนกัน" นายพร้อมพงศ์กล่าว นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐ มนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวถึงการเลือกตั้งส.ส. และนายกอบจ.ปทุมธานีว่า พรรคประชาธิปัตย์อย่าเหิมเกริม คิดว่าชนะที่จ.ปทุมธานีแล้วจะชนะทุกที่ ให้มาดูที่จ.ฉะเชิงเทราบ้าง การเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคประชาธิปัตย์แพ้ราบคาบ เพราะนายกลยุทธ ฉายแสง พี่ชายของตนชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา เป็นสมัยที่ 4 แล้ว ชนะคู่แข่งจากพรรคประชาธิปัตย์แบบขาด ลอยยกทีม 42 หน่วยเลือกตั้ง ถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงก็ตาม จึงพิสูจน์ได้ว่าชาวฉะเชิงเทรารู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เสแสร้ง หรือชนะเลือกส.ส.ด้วยวิธีพิเศษอย่างไร ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์อย่าเหิมเกริมว่าจะชนะได้ทุกพื้นที่ เสื้อแดงชี้แค่ให้บทเรียนส.ส.ปทุมฯ นายประจวบ รังสร้อย ฝ่ายประสานงานแกนนำคนเสื้อแดงทั้งจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าสาเหตุที่แพ้มีหลายสาเหตุ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามพรรคเพื่อไทยเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลช่วยเหลือไม่ทั่วถึง และส.ส.ปทุมธานีซึ่งเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดไม่สนใจแกนนำคนเสื้อแดงในระดับรากหญ้าที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ทำให้คนเสื้อแดงไปลงคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามเพื่อสั่งสอน แต่ยืนยันว่าคนเสื้อแดงปทุมธานียังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ต้องการให้บทเรียนเพื่อนำไปศึกษาต่อไป นายสมพร บุญมา ประธานคนเสื้อแดงคลองสาม ปทุมธานี เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมาคนเสื้อแดงในจ.ปทุมธานีได้สร้างเครือข่ายและมีมวลชนจำนวนมาก ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยได้ส.ส.ยกจังหวัด แต่การที่ว่าที่ร.ต.สุเมธลาออกจากส.ส.สร้างความไม่พอใจให้กับคนเสื้อแดง จึงส่งผลให้พ่ายแพ้ ทั้งนี้ เราจะจัดรวมพลคนเสื้อแดงในเร็วๆนี้ โดยเชิญนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำคนเสื้อแดง มาพูดคุยเพื่อปรับกลยุทธ์ต่อสู่ทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทยเพลี่ยงพล้ำ แม้วหนุนปชช.สั่งสอนนักการเมือง รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ระหว่าง การประชุมพรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณต่อสายมายังโทรศัพท์นายสาโรช หงส์ชูเวช ผอ.พรรคเพื่อไทย เพื่อโฟนอินพูดคุยกับส.ส. ระบุถึงการเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี และเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 ว่าไม่ต้องตกใจ อย่าเป็น ส.ส.ขี้ตกใจ เรื่องนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าความนิยมของพรรคลดลง แต่เป็นเพราะประชาชนไม่พอใจ ส.ส.ที่ดูถูกประชาชนว่าเพิ่งเลือกมาเป็นส.ส.ได้ไม่นานก็ลาออกไปสมัครนายกอบจ. ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยแต่เขาก็ยังไม่เชื่อ คนนี้ก็ไม่ต้องกลับมา สมัยหน้าจะไม่ส่งลงสมัคร ให้ไปหาพรรคอื่นอยู่ได้เลย หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ในพื้นที่อื่นๆอีก ความจริงแล้วเป็นห่วงเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น จ.เชียงราย ที่ห้ามแล้วก็ไม่เชื่อ ยังจะลงแข่งขันตัดคะแนนกันเองอีก "คนที่ไม่เชื่อคำแนะนำ ขอให้คนในพรรคอย่าไปยุ่ง อย่าไปสนับสนุน เรื่องนี้ประชาชนต้องการสั่งสอนว่าอย่ามาดูถูกประชาชน จริงๆแล้วการกระทำของว่าที่ร.ต.สุเมธทำให้พรรค เสียหาย ต่อไปนี้ใครจะทำอะไรขอให้คิดถึงชาติบ้านเมือง ตามด้วยพรรค ก่อนคิดถึงตัวเอง" แหล่งข่าวระบุคำพูดพ.ต.ท.ทักษิณกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้ง นายกอบจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทยสนับสนุนนางสลักจิต ติยะไพรัช ภรรยานายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภา แต่นายสฤษดิ์ อึ้ง อภินันท์ อดีตส.ส.เชียงราย พรรคไทยรักไทย ไม่ยินยอม และตัดสินใจลงสมัครแข่งขันด้วย เนื่องจากไม่พอใจที่พรรคไม่พิจารณาส่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.เขต แต่ส่งไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 85 กำชับส.ส.ดูแลเรื่องปรองดอง รายงานข่าวจากที่ประชุมพรรคเพื่อไทยระบุด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังกำชับให้ส.ส.ดูเรื่อง ปรอง ดองและเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการปรองดองเป็นเรื่องสำคัญ เป็นหัวใจของประเทศ จะปล่อยให้บ้านเมืองลุ่มๆดอนๆไม่ได้ ทั้งยังขอบคุณวิปรัฐบาลและส.ส.ที่ทำงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ส.ส.คนไหนที่ไม่เข้าประชุม มีรายชื่อตลอด ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ยืดเยื้อก็เหมือนเกมวัดใจ ว่าใครดำน้ำได้อึดกว่า ดังนั้นขอให้อดทน รายงานข่าวแจ้งว่า จากนั้นส.ส.หลายคนลุกขึ้นแสดงความไม่พอใจต่อการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณตอบว่านโยบายการแก้ปัญหาและการรับจำนำสินค้าเกษตรดี แต่ติดปัญหาเรื่องการปฏิบัติ ขอให้ส.ส.ช่วยกันรวบรวมปัญหาในแต่ละพื้นที่ และเจ้าหน้าที่หรือใครที่ขัดขวางก็ให้ส่งรายชื่อมายังพรรค ดังนั้นอย่า ไปโวยวายให้พรรคและรัฐบาลเสียหาย ส่วนมันสำปะหลังอีกไม่กี่วันราคาจะขึ้นเพราะไปเจรจากับจีนมาแล้ว เขาตกลงเพิ่มโควตารับซื้อไปผลิตเอทานอล รายงานข่าวเผยว่า นอกจากนี้นายอุดมเดชแจ้งจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การประชุมวิป 4 ฝ่ายในเช้าวันที่ 24 เม.ย. จะไม่ยินยอมให้มีการยกร่างกฎ หมายเลือกตั้งส.ส.ร.ขึ้นมาใหม่อย่างเด็ดขาดเพราะเสียเวลา ไม่ทันสมัยประชุมนิติบัญญัติ สภาเชิญกสท.ตรวจโป๊โผล่จอ ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญเจ้าหน้าที่จากบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีของสภาผู้แทนราษฎร มาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเกิดภาพโป๊ขึ้นบนจอทีวีพลาสมา ยี่ห้อ LG รุ่น 65 LW6500 ขนาด 65 นิ้ว ภายในห้องประชุมรัฐสภา ระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรม นูญ วาระ 2 เมื่อวันที่ 18 เม.ย. โดยเจ้าหน้าที่ได้นำโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ ทั้งไอแพด ไอโฟน และซัมซุง กาแล็กซี โน้ต และแท็บเล็ต รวมถึงโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมห้องโสตทัศนูปกรณ์ที่ส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์ยี่ห้อโนเกีย มาทดสอบในการเชื่อมต่อสัญญาณไปยังจอทีวีพลาสมาดังกล่าวที่มีการติดตั้งตัวส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไวไฟ หรือดองเกิล โดยใช้เวลาตรวจสอบ 1 ชั่วโมง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลเบื้องต้นพบว่าโทร ศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถส่งสัญญาณเชื่อมต่อไปยังทีวีจอพลาสมาได้ ส่วนไอแพด และไอโฟน สามารถจับสัญญาณไวไฟดองเกิลของจอทีวีพลาสมาได้ แต่ไม่สามารถส่งภาพไปปรากฏบนจอได้ เนื่องจากได้ถามหารหัสเพื่อยืนยันการส่งภาพ ส่วนซัมซุง กาแล็กซี สามารถ เชื่อมต่อสัญญาณไปยังจอทีวีพลาสมาได้โดยผ่านโปรแกรม "all share" ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่านเพื่อยืนยันในการเชื่อมต่อสัญญาณแต่อย่างใด โดยใช้เวลาส่งภาพประมาณ 5 วินาที นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ กสท. ยังทดสอบเชื่อมต่อสัญญาณภายนอกห้องประชุมก็สามารถเชื่อมต่อสัญญาณส่งไฟล์ข้อมูลที่ต้องการเผยแพร่มายังจอทีวีพลาสมาในห้องประชุมได้ แต่ใช้เวลานานขึ้นจากเดิมที่เชื่อมต่อภายในห้องประชุม คาดอีก 2 วันรู้ผล นายคัมภีร์กล่าวว่า จะทำหนังสือส่งผลสรุปผ่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ให้รับทราบ และขออนุญาตให้บริษัท กสท. โทรคมนาคม เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ หลังจากที่เบื้องต้นมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าพบโทร ศัพท์ 4 รุ่นในระบบแอนดรอยด์ที่สามารถส่งลิงก์ออลแชร์ไปยังจอทีวีพลาสมาที่มีระบบ ไวร์ เลสได้ แต่ทั้งนี้มีเพียง 3 รุ่น คือ ซัมซุง กาแล็กซี โน้ต, ซัมซุง กาแล็กซี แท็บ และ ซัมซุง กาแล็กซี S2 ที่มีภาพพื้นหลังและไอคอนลักษณะเดียวกับภาพที่ปรากฏบนจอทีวีในห้องประชุม ซึ่งในช่วงระหว่างตี 4 ของวันที่ 18 เม.ย.-ตี 4 ของวันที่ 19 เม.ย. มีผู้เปิดสัญญาณ 86 เครื่อง แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าหมายเลขโทรศัพท์ใดที่ส่งภาพโป๊เข้ามาที่จอทีวี จึงต้องถอดรหัสตัวเก็บข้อมูลระบบไร้สาย (Log) ในจอทีวีพลาสมาไปตรวจสอบก่อน ซึ่งเป็นระบบ acccess point ไม่สามารถโชว์หมายเลขโทรศัพท์ที่ลิงก์เข้ามา คงใช้เวลาหลังเลิกการประชุมในการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามคาดว่าอีก 1-2 วันก็จะทราบผลได้แล้ว นายคัมภีร์กล่าวว่า ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องควบคุมการประชุมของวันดังกล่าว 3 คน จากการตรวจสอบทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ทุกคน ผลสอบออกมาว่าทั้ง 3 คนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม คิดว่าสัญญาณไวร์เลสที่ส่งเข้ามาบนจอทีวีอาจไม่ได้มาจากภายในห้องประชุมเพียงอย่างเดียว เพราะสัญญาณครอบคลุมไปทั้งสภา ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่าภาพที่ปรากฏบนจอมาจากภายนอกห้องประชุมสภาได้เช่นกัน เลขาฯสภาเซ็งใช้เทคโนโลยีด้านลบ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ทดสอบเทคโนโลยีทำให้ภาพเข้าไปปรากฏบนจอมอนิเตอร์โดยไม่ต้องได้รับการยินยอม ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าไม่มีเจตนาส่งข้อมูลหรือภาพได้ ต้องรอหน่วยงานตรวจสอบภายนอก ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นไปได้ทั้งเรื่องของคนและเทคโนโลยี แต่ตอนนี้จะต้องรอการพิสูจน์แต่ยังไม่ได้ตัดประเด็นที่ตัวบุคคล เชื่อว่าเจ้าหน้าที่คงไม่มีเจตนาทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ส่วนการลงโทษต้องดูพฤติกรรมว่าจะมีความหนักเบาอย่างไร อย่างไรก็ตามเบื้องต้นมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 3 คน ซึ่งต้องรอผลสอบก่อน ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง นายพิทูรกล่าวว่า ยอมรับว่าเทคโนโลยีไปเร็วมาก พยายามปรับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้บริการกับสมาชิก แต่เมื่อมีมุมมองในด้านลบก็คงจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาจจะกลับมาใช้ระบบเดิมการเชื่อมสัญญาณต้องได้รับความยินยอมก่อน ส่วนเรื่องส.ส.ไม่อยู่ในขอบเขตที่จะดำเนินการ ตนรับผิดชอบเจ้าหน้าที่และข้าราชการเท่านั้น พท.บี้เอาผิด"ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน" นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม ประ ธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า วันที่ 26 เม.ย. กรรมาธิการจะได้หยิบยกกรณี นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูภาพโป๊ในโทรศัพท์มือถือ ไอโฟนระหว่างการประชุมรัฐสภามาหารือกันในที่ประชุมว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดหรือไม่ โดยจะพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ กรณีดูภาพโป๊ระหว่างการประชุม และกรณีมีภาพโป๊โชว์ขึ้นมาที่จอโทรทัศน์กลางที่ประชุมรัฐสภา ที่เป็นประเด็นต่อเนื่องกัน หากกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐสภาก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมที่มีนายสมศักดิ์เป็นประธานนำไปพิจารณาบทลงโทษต่อไป ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ การให้ออกจากการเป็นส.ส. อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวเห็นว่า นายณัฏฐ์น่าจะมีความผิด เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนำภาพโป๊มาดูระหว่างประชุมรัฐสภาจริง แต่จะมีความผิดระดับใดต้องดูข้อเท็จจริงและเจตนาประกอบด้วย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธจะดำเนินการกับนายณัฏฐ์ ที่เปิดดูภาพอนาจารระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา ว่า เตรียมส่งกาวตราช้าง 2 หลอดไปให้นายอภิสิทธิ์ 1 หลอด และนายณัฏฐ์ 1 หลอด เพราะผลการสำรวจของโพลต่างๆ ต้อง การให้นายณัฏฐ์ออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากทำให้รัฐสภาไทยเสื่อมเสีย นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบทางเทคโนโลยี พบว่าโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนนั้นสามารถส่งภาพขึ้นจอมอนิเตอร์ชนิดเดียวกับที่ใช้ในห้องประชุมสภาได้โดยตรง โดยนำอุปกรณ์ทั้งหมดมาทดลองส่งภาพแล้ว จึงน่าสงสัยว่าการที่นายณัฏฐ์ เปิดภาพวาบหวิวดูระหว่างการประชุมนั้น น่าจะส่งภาพขึ้นจอมอนิเตอร์ของสภาหรือไม่ แม้จะเป็นคนละภาพ แต่เป็นไปได้ว่ามีการส่งภาพนั้นไปแล้วหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายณัฏฐ์อ้างว่ามีคนส่งภาพมาให้ แต่ไม่เคยยืนยันเลยว่าคนที่ส่งภาพนั้นเป็นใคร จึงสงสัยว่ามีวาระซ่อนเร้น มาร์คอ้างไอโฟนไม่เกี่ยวโป๊บนจอ ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีนายณัฏฐ์ว่า พรรคไม่เพิกเฉย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง นายณัฏฐ์ต้องรับผิดชอบการกระทำ กรณีพรรคเพื่อไทยทวงมาตรฐานจากพรรคนั้น เรายอมรับการตรวจสอบ ไม่ขัดขวางกระบวน การ ถ้ามีความผิดหรือไม่เหมาะสมจะดำเนินการต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบภาพลักษณ์ของพรรคและสภา แต่แปลกใจนายไพจิตที่ประ สานดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบ พยายามโยงเรื่องนี้กับภาพที่ปรากฏบนจอของสภา ทั้งที่ความจริงแล้วภาพที่เกิดขึ้นคนละเวลากับที่นายณัฏฐ์เปิดดู เทคโนโลยีส่งภาพไปปรากฏบนจอก็คนละระบบเพราะนายณัฏฐ์ใช้ไอโฟน แต่กลับมีความพยายามสร้างความสับสนและสร้างกระแส นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคยืนยันการทำหน้าที่คือเปลี่ยนแปลงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสียหายน้อยที่สุด ไม่ให้นำไปเป็นเครื่องมือเอื้อประ โยชน์ให้กับบุคคล แม้กรอบเวลาลงมติในวาระ 3 คือวันที่ 8 พ.ค. แต่หากพิจารณาไม่เสร็จก็ต้องเลื่อนกันออกไป ส่วนกรณีนายกฯ จะนำ ครม.ไปรดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม เป็นเรื่องประเพณี ปฏิบัติ ไม่เกี่ยวกับการปรองดอง แต่ถ้าอยากให้เกิดความปรองดองก็ให้แกนนำเสื้อแดงไปขอขมาพล.อ.เปรม ว่าสิ่งที่กล่าวหาไปก่อนหน้านี้ไม่จริง ตรงนี้น่าจะเป็นการปรองดอง ณัฏฐ์ยันไม่ลาออกแน่ นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงผลเลือกตั้งในจ.ปทุม ธานีว่า เป็นเพราะผู้สมัครของพรรคคือนาย เกียรติศักดิ์ ส่องแสง มีความขยันแม้ในช่วง สอบตกก็ไม่หยุดลงพื้นที่ ช่วงน้ำท่วมก็ลุยช่วยเหลือประชาชนอย่างแข็งขัน อีกทั้งการเลือกตั้งซ่อมแต่ละครั้งเป็นตัวสะท้อนความนิยมของพรรค ซึ่งตัวเลขผู้ไปใช้สิทธิ์น้อยสรุปได้ว่าคนไม่พอใจการเมืองโดยทั่วไป ขณะที่พรรคได้รับความนิยมในสัดส่วนที่สูงขึ้นมาก ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้นคะแนนที่หายไปเพราะหลายปัจจัยเช่น ประชาชนไม่พอใจการทำงานโดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดง รวมถึงกรณีส.ส.พรรคเพื่อไทยลาออกไปลงสมัครนายกอบจ. ประชาชนมองว่าไม่เหมาะสมเพราะเพิ่งได้รับเลือก สำหรับ การเลือกตั้งซ่อมที่จ.เชียงใหม่นั้น พรรคกำลังพิจารณาบุคคลที่จะลงสมัคร นายณัฏฐ์กล่าวถึงกรณีผลสำรวจเกี่ยวกับ ส.ส.ดูภาพโป๊ในที่ประชุมรัฐสภา ทำให้ภาพ พจน์สภาเสื่อม และกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่น ดินสอบจริยธรรมว่า เรื่องนี้ได้รับผิดชอบด้วยการแถลงข่าวไปแล้ว ว่าเป็นภาพที่เพื่อนส่งมาให้และก็ลบออก เป็นการดูเพื่อลบดังนั้นเรื่องนี้ก็ต้องดูที่เจตนา ไม่กังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะมีเจตนาบริสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่ลาออก อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นได้ปรึกษากับผู้ใหญ่ของพรรคทั้งนายอภิสิทธิ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา พรรค และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ในฐานะที่เป็นพ่อ ผู้ใหญ่ในพรรคก็ให้กำลังใจและให้ระมัดระวังการใช้โทรศัพท์ ว่าที่สส.ปทุมฯ ขอบคุณทุกคะแนน นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ว่าที่ส.ส.เขต 5 ปทุมธานี ปชป. แถลงภายหลังเข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมว่า ต้องรอการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากกกต.ก่อน ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ จะทำงานหนัก ทุ่มเทดูแลประชาชน สาเหตุที่ทำให้ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนต้องการความใกล้ชิดจากส.ส. และให้ส.ส.ทำหน้าที่ทั้งในพื้นที่และในสภา เพื่อสะท้อนสิ่งที่ประชาชนต้องการ และที่พรรคเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งทั้ง 2 สนาม สาเหตุมาจากการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญมาก ส่วนเรื่องสีเสื้อชาวปทุมฯ มีบริบทไม่เหมือนจังหวัดอื่น ครอบครัวหนึ่งมีหลายสี เพราะมีประชาชนทุกเชื้อชาติอยู่ในพื้นที่แต่ครั้งนี้พี่น้องไม่ได้เลือกสีใด ที่เลือกตนเพราะได้ลงพื้นที่ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกปชป. แถลงว่า สาเหตุที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้เเป็นผลจากคะแนนนิยมลดลง เนื่องจากนโยบายที่หาเสียงไว้ก็เพื่อเอาชนะเลือกตั้งเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือช่วยพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน รัฐบาลทำงานโดยไม่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่พยายามเอื้อประโยชน์ให้ พวกพ้อง กกต.หนุนออกกม.เฉพาะสสร. ที่โรงแรมโนโวเทล อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวมอบนโยบายในพิธีเปิดงานสัมมนาพนักงานจัดการเลือกตั้ง ประจำปี 2555 ตอนหนึ่งว่า ส่วนที่เสนอให้นำพ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. โดยนำเฉพาะในส่วน ของส.ว.มาใช้นั้น กกต.ไม่เกี่ยงงอน ต้องทำให้ดีที่สุด แต่ทางที่ดีที่สุดคือการออกกฎหมายเฉพาะ ซึ่งไม่ว่าจะนำพ.ร.บ.ใดมาใช้เราต้องปฏิบัติให้ได้ ทั้งสองกฎหมายมีข้อดีข้อเสียทั้งคู่ อย่างพ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น หากไม่ต้องการให้นักการเมืองหรือพรรคเข้ามายุ่งเกี่ยวก็ให้นำพ.ร.บ.พรรคการเมืองมาบังคับใช้โดยอนุโลมได้ ส่วนบทลงโทษอาญาที่จะนำมาใช้โดยอนุโลมตามหลักนิติศาสตร์แล้วไม่สามารถทำได้ ซึ่งควรระบุเป็นรายมาตราให้ชัดเจนว่าจะนำบทลงโทษในมาตราใดมาบังคับใช้ ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการยังไม่ได้นัดว่าจะมาหารือกับ กกต. ในเรื่องใดบ้าง นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า คิดว่าควรออกเป็นกฎหมายเฉพาะในการเลือกตั้งส.ส.ร. เพื่อความชัดเจนและถูกต้อง อาจใช้เวลา 1 เดือน แต่ปลอดภัยและชัดเจนต่อกกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติ ทั้งนี้ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นและพ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มีข้อดีข้อเสียต่างกัน โดยพ.ร.บ.เลือกตั้ง ท้องถิ่นไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร รวมทั้งใช้เจ้าหน้าที่กรรม การประจำหน่วย (กปน.) น้อยกว่า ทำให้ประ หยัดงบ แต่มีข้อเสียคือ พรรคการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ ส่วนพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ว. ระบุ ชัด เจนว่าห้ามพรรคยุ่งเกี่ยว แต่ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของรัฐสภา ส่วนการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไม่ควรเป็นหน้าที่ของกกต. ควรให้ศาลเป็นผู้พิจารณา เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไป เพราะพิจารณาด้วยความรวด เร็ว แต่ถ้าให้กกต.เป็นผู้พิจารณาก็ไม่ขัดข้อง เรืองไกรจี้ปปช.สอบคดีถาวร เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา กล่าวว่าวันนี้ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 ยื่นส่งเรื่องให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พิจารณากรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจงใจยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ โดยแนบสำเนาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 22/2554 วันที่ 8 มี.ค.2554 แบบแสดงบัญชีทรัพย์สินฯของนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมช.มหาดไทย วันที่ 22 ม.ค. 2551 วันที่ 22 ธ.ค.2551 และวันที่ 10 ส.ค.2554 สืบเนื่องกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยของตนและส.ว.อีก 16 คน ที่เข้าชื่อยื่นให้ตรวจสอบกรณีนายถาวรแจ้งบัญชีแสดงทรัพย์สินฯต่อป.ป.ช. เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งส.ส.และรมช.มหาดไทย ว่ามีเงินลงทุนในคณะบุคคล วรจันทร์ มูลค่า 100,000 บาท โดยเป็นเงินลงทุนส่วนของคู่สมรสคือพล.ต.(ญ)จันทิมา เสนเนียม นายเรืองไกรกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายถาวรไม่ต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 269 เพราะการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯในส่วนเงินลงทุนในคณะบุคคลวรจันทร์นั้นไม่มีอยู่จริง เมื่อไม่เป็นจริงย่อมเป็นความเท็จ อันเข้าลักษณะเป็นความผิดตามมาตรา 263 ซึ่งเป็นอำนาจของป.ป.ช. ต้องดำเนินการต่อไป แต่ผ่านมาปีกว่า ไม่พบว่าป.ป.ช.ดำเนินการแต่อย่างใด จึงขอให้ป.ป.ช.รีบไต่สวน โดยขอบันทึกคำให้การของพล.ต.(ญ)จันทิมา ที่ให้ถ้อยคำต่อหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุถึงการไม่มีการลงทุนในคณะบุคคลดังกล่าวจริง เป็นเพียงการจดทะเบียนเพื่อแยกฐานภาษี เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีในอัตราที่สูงของนายถาวรมาเป็นหลักฐานประกอบการทำสำนวนไต่สวน เพื่อเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยต่อไป "ปู"สั่งดูแลม็อบข้างทำเนียบ เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เส้นทางผ่านสะพานมัฆวานรังสรรค์ ก่อนเข้าประตู 2 เพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุมสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาค ที่ปักหลักชุมนุมด้านข้างทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพระราม 5 ริมคลองเปรมประชากร มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยในช่วงเช้าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีภารกิจให้การต้อนรับนายเจี่ยซิ่งหลิน ประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีนและคณะนักธุรกิจจีน ต่อมาเวลา 10.45 น. กลุ่มผู้ชุมนุมระดมมวลชนทั้งหญิง ชาย เด็ก และคนชรามายืนที่ตลิ่งริมคลองเปรมประชากร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงเสียงดังเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงมารับฟังปัญหาด้วยตนเอง โดยขู่ว่าหากนายกฯไม่ออกมาช่วยเหลือจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้อและไม่ยอมกลับบ้าน เพราะไม่ไว้ใจคนอื่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปราศรัยระบุถึงความยากลำบากในการทำมาหากิน เพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรุกไล่ออกจากที่ดิน อีกทั้งมีคนชุดดำมาเผาบ้านพักที่อยู่อาศัย จนหลายครัวเรือนไม่มีที่ซุกหัวนอน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนดี จึงต้องการให้มาช่วยเหลือ แต่หากภายในวันนี้ไม่มีการตอบสนองใดๆจากรัฐบาล ก็ยังปักหลักชุมนุมอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน เวลา 11.10 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ลงมาที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยก่อนขึ้นรถประจำตำแหน่ง ได้ชะเง้อมองไปทางผู้ชุมนุมและสอบถามข้อมูลและการช่วยเหลือต่างๆ จากพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง เลขาธิการนายกฯ พร้อมชี้มือสั่งการให้ดูแลด้วยท่าทางเคร่งเครียดก่อนจะขึ้นรถออกไป โดยขบวนรถของนายกฯเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมที่ออกด้านประตูทางออกที่ 2 ไปออกทางประตู 8 ทำเนียบรัฐบาลแทน และใช้เส้นทางสะพานมัฆวานรังสรรค์ อ้อมกลับไปทางถ.นางเลิ้ง เพื่อขึ้นทางด่วนด่านยมราช เดินทางไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาผู้ชุมนุมว่า ได้แจ้งให้พล.ต.ต.ธวัชไปดูแลและจะนำกลับมาหารือกันอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.ต.ต.ธวัช และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น. เข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อรายงานถึงการแก้ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุมด้านข้างทำเนียบฯ โดยใช้เวลา 45 นาที พล.ต.ต.ธวัชให้สัมภาษณ์ว่า กรณีนี้เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมาจากสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ต้องพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมถึงความเป็นไปได้ของข้อเรียกร้องขอที่อยู่อาศัย โดยพบกันคนละครึ่งทาง สิ่งใดที่รัฐบาลทำได้ก็จะเร่งช่วยโดยเร็วที่สุด แต่ไม่ใช่ใช้วิธีข่มขู่และกดดันแบบคนเกเร ส่งอัยการฟ้องชวนนท์หมิ่นปู เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. (ดูแลงานสอบสวน) เผยว่าได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี ว่าได้สรุปสำนวนการสอบสวนในคดีที่นายกฯมอบอำนาจให้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ แจ้งความร้องทุกข์นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งคดีเสร็จสิ้นแล้วจึงนัดส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้ทางพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ วันที่ 25 เม.ย. เวลา 09.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า สำหรับคดีที่นายกฯมอบอำนาจให้นายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทนายความ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณานั้นก็นัดมาพบพนักงานสอบสวน บก.น.5 ในวันและเวลาเดียวกัน สำหรับนายศิริโชค โสภา และนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากอยู่ในสมัยประชุมสภาจึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญจึงยังไม่ต้องเรียกตัวมาแจ้งข้อหาแต่อย่างใด กกต.ชงซ่อมเชียงใหม่ 2มิ.ย.นี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเตรียม ความพร้อมการจัดการเลือกตั้งส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง (เลือกตั้งซ่อม) น.ส. ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 5 ปี ว่าเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาออกมา กกต.ก็ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งทันทีภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง ตราบใดที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งมาเป็นอย่างอื่น กกต.ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 ต่อไป นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กรณีนี้ศาลมีคำพิพากษาวันที่ 19 เม.ย. ดังนั้นตามกรอบเวลาวันที่ 45 นับแต่ตำแหน่งว่างลงจะตรงกับวันที่ 3 มิ.ย. ที่ประชุมกกต.จึงเห็นควรเสนอเรื่องไปยังครม. เพื่อขอความเห็นชอบให้ทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งส.ส.เขต 3 เชียงใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเสนอให้กำหนดให้วันเสาร์ที่ 2 มิ.ย. เป็นวันเลือกตั้ง ส่วนวันสมัครรับเลือกตั้ง กกต.กำหนดไว้เบื้องต้นเป็นวันที่ 7-11 พ.ค. และวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 27 พ.ค. สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 3 เชียงใหม่ ประกอบด้วย อ.สันกำแพง อ.แม่ออน และอ.ดอยสะเก็ด มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 296 หน่วย มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 135,013 คน โดยการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554 มีผู้มาใช้สิทธิคิดเป็นร้อยละ 86.62 ร.ท.หญิงสุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการส่งผู้สมัครส.ส.เพื่อไทย เขต 3 จ.เชียงใหม่ แทนน.ส.ชินณิชา ว่า ครอบครัววงศ์สวัสดิ์ไม่ประสงค์จะส่งบุตรชายหรือบุตรสาวลงสมัครเขต 3 จ.เชียงใหม่ แต่จะให้กำลังใจในการทำงาน อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครแล้วแต่รอการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของพรรค บุคคลนี้เป็นคนหนุ่มหนึ่งในทีมงานของน.ส.ชินณิชา และยังมีตำแหน่งอยู่ใน อบจ.เชียงใหม่ เชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง เพราะพื้นที่นี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นบ้านเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ และน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร