หน้าแรกท็อปไลน์ - ไดมอนด์
ค้นหาเพลง
 
9 พฤษภาคม 2555
หน้าแรกท็อปไลน์ - ไดมอนด์>ดวงชะตา > ประเพณีทิ้งกระจาด “วิญญาณผีจีน”

ตามไปดู ประเพณีทิ้งกระจาด “วิญญาณผีจีน”

 

อุทิศส่วนกุศล ให้ผู้ล่วงลับ

เซ่นเครื่องสังเวย ให้กับภูมิผี ในอบายภูมิ

 

สำหรับคนจีน หรือคนเชื้อสายจีน จะรู้กันเป็นอย่างดีว่าในหนึ่งหนึ่งปี จะมีงานไหว้ใหญ่ๆอยู่ 8 งาน และ 1 ใน 8 งานนั้นก็คือ “วันสารทจีน” ซึ่งจะไหว้ในวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน ซึ่งในปี 2551 นี้ ตรงกับวันที่ 15 เดือน สิงหาคม พอดี โดยคนจีนเชื่อว่าใน “เดือน7” ตั้งแต่วันที่ 1 เดือน7 ประตูนรกจะเปิดเพื่อให้วิญญาณในนรกขึ้นมารับของเซ่นไหว้ได้ และประตูนรกนี้จะปิดในวันสิ้นเดือน 7 ตามปฏิทินจีน

 

มีตำนานที่เล่าขานต่อกันมาหลายตำนานเกี่ยวกับเทศกาลสารทจีน อาทิ เทพเจ้าแห่งดิน หรือเจ้าดิน เช็งฮือไต้ตีจะทำบัญชีชำระวิญญาณ เพื่อส่งวิญญาณที่ทำดีมากๆขึ้นสวรรค์ ส่วนวิญญาณที่ทำบาปก็ต้องตกนรกรับโทษ แต่ท่านก็ยังมีเมตตาอนุญาตให้พวกวิญญาณในนรกขึ้นมารับของเซ่นไหว้ในช่วงเดือนนี้ได้

 

บางตำนานเล่าว่าสามีภรรยาคู่หนึ่งมีลูกชายซึ่งได้บวชเป็นพระในพุทธศาสนา ต่อมาบิดาได้บำเพ็ญเพียรบรรลุมรรคผลสู่สวรรค์ แต่มารดาได้ทำกรรมละเมิดศีลลบหลู่ศาสนา เมื่อตายแล้วจึงตกสู่นรกภูมิ ซึ่งขณะนั้นลูกชายได้บำเพ็ญเพียรจนได้อภิญญา 6 เห็นมารดาของตนตกอยู่ในเปรตภูมิ ด้วยความกตัญญูจึงใช้อิทธิฤทธิ์ส่งอาหารไปให้มารดากิน แต่ได้ถูกบรรดาภูตผีที่อดอยากรุมแย่งไปกินหมด และเม็ดข้าวสุกที่ป้อนนั้นกลับเป็นไฟเผาไหม้ริมฝีปากของมารดาจนพอง

 

ด้วยความกตัญญูและสงสารมารดา บุตรชายจึงได้ทูลขอพญามัจจุราชรับโทษแทนมารดาทั้งหมด แต่ก่อนที่บุตรชายจะต้องรับโทษ พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาโปรด โดยกล่าวว่า กรรมใดใครก่อก็ย่อมเป็นกรรมของผู้นั้น พร้อมทั้งกล่าว่าการจะช่วยมาดาที่มีกรรมหนัก ลำพังบุตรชายเพียงคนเดียวไม่พอ ต้องอาศัยแรงกุศลของเหล่าสงฆ์ทุกสารทิศ และจัดเตรียมผลไม้ถวายแด่ผู้ทรงศีลและแผ่กุศลให้มารดาในวันที่ 15 เดือน 7 เดือนที่ประตูนรกจะเปิดจึงจะสามารถช่วยมารดาของเขาให้พ้นโทษได้ ตั้งแต่นั้นมา ทุกปีวันที่ 15 เดือน 7 ของจีน จึงถือเป็นเทศกาลวันสารท ชาวจีนทุกครัวเรือนจะจัดอาหารเซ่นไหว้บรรพบุรุษและวิญาณไร้ญาติทั้งหลาย

 

โดยในวันสารทจีนในช่วงเช่าจะมีการเซ่นไหว้เจ้าที่ก่อน ด้วยของเซ่นไหว้อาทิ อาหารคาวหวาน ขนมเข่ง ขนมเทียน ขนมถ้วยฟู ขนมกุยช่าย ผลไม้ น้ำชา เหล้าจีน กระดาษเงินกระดาษทอง และธูปเทียน แล้วจึงเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ก็จะมีของไหว้คล้ายกับไหว้เจ้าที่ แต่จะมีลักษณะพิเศษคือสำรับอาหารที่เป็นสิ่งมีชีวิต 5 อย่าง (อู่เซิง/ภาษาแต้จิ๋วเรียก โหงวแซ) นิยมใช้เนื้อหมู ไก่ เป็ด ปลา และไข่ไก่ หรือ 3 อย่าง เรียกว่า ซันเซิง (ภาษาแต้จิ๋ว เรียกว่า ซาแซ) ถ้าตามประเพณีดั้งเดิมจะใช้เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแพะ นอกนั้น จะมีข้าวสวย และมักมีน้ำแกงด้วย ส่วน ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทองก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเซ่นไหว้

 

และนอกจากการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ชาวจีนก็ได้ถือโอกาสเดือนที่ประตูนรกเปิดนี้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บันดาภูตผีไม่มีญาติไปด้วย โดยเรียกประเพณีนี้ว่า “ทิ้งกระจาดวิญาณ” ซึ่งจะจัดร่วมอยู่ในเดือน 7 นี้เช่นกัน

 

พิธีทิ้งกระจาด คือ การทำบุญอุทิศให้ดวงวิญญาณร่วมไปกับการแจกทานให้ผู้มีชีวิตที่ยากไร้ งานทิ้งกระจาดจึงต้องทำทั้งสองส่วน ทำบุญกันในศาลเจ้าก่อนแล้วจึงมาแจกของให้คนยากคนจน

 

ประเพณีทิ้งกระจาดนี้ ทางศาลเจ้าต่างๆจะกำหนดวันใดวันหนึ่งในช่วงเทศกาลสารทจีนแต่มักจะกำหนดวันในช่วงปลายเทศกาล โดยเป็นการไหว้ด้วยของไหว้ต่างๆ พร้อมทำบุญทิ้งทานคนจนแล้วอุทิศกุศลผลบุญทั้งหมดแก่ทุกดวงวิญาณโดยไม่เลือกว่าใครเป็นใครไม่เฉพาะเจาะจง

 

และในวันทิ้งกระจาดจะมีภูตผีดวงวิญญาณมากมายมารับของไหว้ ซึ่งอาจจะมีเรื่องชุลมุนกันในหมู่ภูตผี ศาลเจ้าจึงมักมีการตั้งไหว้องค์พญายมเป็นพิเศษเพื่อขอบคุณที่ท่านมาช่วยจัดระเบียบดูแลเหล่าภูตผีให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และในขณะการแจกทานแก่ดวงวิญญาณทั้งหลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อาจจะอยากมีมือมาช่วยแจกมากๆ ทางศาลเจ้าจึงมีการไหว้ซาลาเปามือเป็นถาดใหญ่ๆ เพื่อเป็นมือที่ช่วยเทพเจ้าแจกทาน เรียกว่า ซาลาเปาฮุดชิ่ว หรือ ซาลาเปามือพระพุทธ

 

จิตรา กล่าวว่า “นอกจากจะไหว้เจ้าที่ พ่อแม่บรรพบุรุษแล้ว ยังไว้ผีไม่มีญาติด้วย คือไหว้ทำบุญไหว้ทำทาน นอกจากจะไหว้ผีไม่มีญาติที่หน้าบ้านตนเองตลอดเดือน ยังมาไหว้ที่ศาลเจ้าเพื่อทำบุญ โดยใช้ของไหว้พวกข้าวสารอาหารแห้ง ซึ่งเป็นการทิ้งทานให้คนยากคนจน เพื่อส่งกุศลผลบุญอันนี้ไปให้ภูตผีไม่มีญาติอีกต่อหนึ่งด้วย ดังนั้นประเพณีทิ้งกระจาดจึงเป็นเหมือนเทศกาลแบ่งปันน้ำใจซึ่งกันและกัน”

 

จุดประสงค์หนึ่งของวันสารทจีนก็เพื่อเซ่นไหว้พวกผีไร้ญาติ ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงความอบอุ่นและมิตรไมตรีของเหล่ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ยังเป็นการให้ทานคนจน หรือผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ โดยทำบุญบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง หมวก กระดาษ เส้นหมี่ จึงถือได้ว่าประเพณีทิ้งกระจาด เป็นประเพณีแห่งการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันน้ำใจให้แก่กันและกันในสังคม

 

จิตรายังเล่าเสริมอีกว่า ในสมัยก่อนที่ตนเคยมาทำบุญทิ้งกระจาดจะเห็นแต่หมวกเหมือนหมวกทำนา กว้างหน่อยก็หมวกกันฝน ข้าวสาร และยังนิยมทำบุญโรงศพ ผ้าดิบห่อศพ เพราะคนตายไม่มีญาติเยอะ หลังๆมีการตลาดเข้ามา ไหว้ข้าวสารอย่างเดียวชักจะเบื่อ เลยมีไหว้มาม่า วุ้นเส้น เส้นหมี่ น้ำดื่ม ยารักษาโรค เพิ่มขึ้นมาด้วย      

 

ดังนั้นงานประเพณีทิ้งกระจาดจึงเป็นประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา เพื่อสร้างความเอื้ออาทรกันในหมู่สมาชิกของสังคมส่วนใหญ่ โดยถือว่าการทำบุญให้ทานนี้เป็นเครื่องลดความเห็นแก่ตัวลง

แหล่งที่มา :