แห่ไม้ก๊ำสะหลีที่ “วัดพระธาตุศรีจอมทอง”
เสริมดวงคนปีชวด ร่ำรวยรับสงกรานต์
นิตยสารเซียนฉบับนี้วางแผงพร้อมกับประเพณีสงกรานต์กันพอดิบพอดีนะครับ คนล้านนาเขาเรียกกันว่า “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านคงมีแผนเดินทางขึ้นเหนือไปเล่นน้ำและเดินสายทำบุญกันที่ จ.เชียงใหม่ กันมาโขอยู่นะครับ ทุกๆ ปีก็ไม่ต่างไปจากนี้ เพราะที่นั่นน่าจะเป็นที่ๆ สนุกที่สุดแล้วในเมืองไทย
และเพื่อให้เข้ากับประเพณีสาดน้ำชุ่มฉ่ำเบิกบานอุราดังกล่าว ก็อย่าลืมเข่าวัดทำบุญกันด้วย ฉบับนี้พาไปที่ “วัดพระธาตุศรีจอมทอง” ตั้งอยู่ที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่ตามคติความเชื่อแล้วเป็นพระธาตุประจำปีชวดหรือผู้ที่เกิดในปีหนูควรจะต้องมากราบนมัสการสักครั้งในชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคล
อีกทั้งในวันสงกรานต์นี้เองประเพณีอันสืบเนื่องมาอย่างยาวนานของวัดแห่งนี้ก็คือ “พิธีแห่ไม้ก๊ำสะหลี” แปลเป็นไทยได้ว่า “พิธีแห้ไม้ค้ำต้นโพธิ์” จะมีชาวบ้าน อ.จอมทอง และนักท่องเที่ยวทั้งไทย ทั้งฝรั่ง มากันแน่นขนัดตัววัดกันเลยทีเดียว ฉะนั้นขั้นแรกเราไปศึกษาประวัติศาสตร์ของวัดกันก่อนนะครับ ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวกราบไหว้พระธาตุ
ชื่อเต็ม “วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร” แต่เดิมนั้นชื่อ “วัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทอง” ตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่-ฮอด หมู่ที่ 2 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองออกมาประมาณ 58 กิโลเมตร ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
บริเวณที่ตั้งของวัดเป็นเนินดินสูงประมาณ 10 เมตร เรียกกันมาตั้งแต่โบราณว่า “ดอยจอมทอง” ตามตำนานเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 20 แต่หากดูจากศิลปกรรมของสิ่งก่อสร้างต่างๆ นั้น ปรากฏเป็นศิลปกรรมในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 24 มากกว่า ที่ถือเป็นห้วงเวลาแห่งการฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ หลังจากทรุดโทรมไปจากการตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า

ความสำคัญของวัดพระธาตุศรีจอมทองก็คือ เป็นที่ประดิษฐานของพระทักษิณโมลีธาตุ พระธาตุส่วนที่เป็นพระเศียรเบื้องขวาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีขนาดโตประมาณเมล็ดข้าวโพด สัณฐานกลมเกลี้ยง สีขาวนวลเหมือนดอกบวบ หรือสีคล้ายกับดอกพิกุลแห้ง
ตำนานทางพระพุทธศาสนาเล่าว่า พระเจ้าอโศกมหาราช เป็นผู้อันเชิญพระธาตุส่วนนี้มาจากประเทศอินเดียแล้วนำมาประดิษฐานเอาไว้ที่ดอยจอมทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.218 ปัจจุบันนี้พระธาตุอยู่ในพระโกศ 5 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระวิหารจตุรมุข ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์
มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส คล้ายพระเจดีย์ กว้าง 4 เมตร สูง 8 เมตร ตามประวัติว่าสร้างขึ้นโดย พระเจ้าดิลกปนัดดาธิรราช หรือ พระเมืองแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังราย เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2060
กระทั่งคติความเชื่อเกี่ยวกับพระธาตุประจำปีเกิดของคนไทยที่ทั้ง 12 นักษัตร จะมีแต่ละที่แต่ละทางไม่เหมือนกัน ซึ่งคนที่เกิดปีชวดเชื่อว่าพระธาตุศรีจอมทองเป็นพระธาตุประจำปีของปีนี้นั่นเอง
คำบูชาพระธาตุศรีจอมทองของคนที่เกิดปีชวดหรือปีใจ้ในภาษาล้านนามีดังนี้
(ตั้งนโม 3 จบ) นะโมพุทธายะ นะมามิ ติโลกะโมลี
โลหะกูเฎ ปะติฎฐิตัง ปูชิตัง สัพพะโลเกหิ
กิตติมันตัง มะโนหะ รัง อะหัง วันทามิ
อสัพพะทา อัง คะวะเย ปุเรรัมเมิโกวิลา
รัคคะปัพ พะเต สะหิเหมะคูหา คัพเภ
ทักขิณะโมลี ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะทา
นอกจากนี้หากท่านใดต้องการไปแสวงหาความสงบ ต้องการฝึกสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน ที่วัดแห่งนี้ก็มีสำนักวิปัสสนากรรมฐานหนเหนือ คอยเปิดให้การต้อนรับอยู่ด้วย ภายใต้การควบคุมดูแลของ พระธรรมมังคลาจารย์ (ทอง สิริมงฺคโล) เป็นเจ้าสำนัก ให้การสอยเจริญสมาธิ สำหรับภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ตลอดจนผู้สนใจทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ อีกทั้งยังมีการจัดอบรมให้ทุกวัน (ยกเว้นวันพระ)
ไฮไลท์สำคัญอยู่ในช่วงวันสงกรานต์ โดยเฉพาะวันพญาวันหรือวันที่ 15 เมษายนของทุกปี ที่วัดพระธาตุศรีจอมทองจะมีประเพณีสำคัญคือ การแห่ไม้ก๊ำสะหลี หรือแห่ไม้ค้ำต้นโพธิ์ ที่เป็นคติความเชื่อของคนล้านนามาแต่โบราณที่เชื่อว่า เมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว ต้นโพธิ์ก็คือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมให้ความร่มเย็นแด่พระพุทธองค์จนสามารถตรัสรู้เป็นศาสดาได้
ฉะนั้นแล้วเพื่อใช้ชีวิตในปีใหม่มีความเจริญรุ่งเรืองจำต้องนำไม้ค้ำไปค้ำที่ต้นโพธิ์เสมือนเป็นการอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเหมือนกับมีไม้มาคอยค้ำยันชีวิตของคนเราให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ตกทุกข์ได้ยาก ร่ำรวยเงินทองตลอดทั้งปี
นิตยสารเซียนจึงใคร่ขอเชิญชวนท่านผู้อ่าน นักท่องเที่ยว และพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ถ้ามีโอกาสอันดีในเทศกาลสงกรานต์นี้เดินทางมาที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีแห่ไม้ค้ำต้นโพธิ์และนมัสการพระธาตุศรีจอมทอง อันจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลตลอดไป ใครจะขอพรสิ่งใดๆ ก็เชิญได้ตามสะดวก ไม่มีผิดหวังแน่นอนครับ |